ไทยช่วยไทย พลัส

โครงการ **"ไทยช่วยไทยพลัส"** ในปี 2569 นี้ ใช้รูปแบบการช่วยจ่ายเงินระหว่างรัฐและประชาชนในสัดส่วน **60:40** โดยมีตัวอย่างการคำนวณและขั้นตอนการใช้งานดังนี้ครับ
### ตัวอย่างการคำนวณเงิน
รัฐบาลสนับสนุน 60% สูงสุดไม่เกิน **1,000 บาท/คน/เดือน** ดังนั้นเพื่อให้ได้สิทธิเต็มจำนวนนี้ ประชาชนต้องจ่ายสมทบอีก 40% ของยอดซื้อรวมครับ
* **สัดส่วน:** รัฐช่วย 60% (1,000 บาท) + คุณจ่าย 40% (ประมาณ 666.67 บาท)
* **สรุป:** คุณต้องเติมเงินเข้า G-Wallet ของตนเอง **666.67 บาท** เพื่อใช้จ่ายร่วมกับเงินจากรัฐบาลรวมเป็นยอดซื้อสินค้าได้ **1,666.67 บาท** ต่อเดือน
> **หมายเหตุ:** คุณสามารถใช้สิทธิได้สูงสุดไม่เกิน **200 บาท ต่อวัน** (รวมส่วนที่รัฐช่วยและคุณจ่ายเอง)
>
### ขั้นตอนการใช้งาน (กรณีไปซื้อของที่ร้านค้า)
1. **เตรียมพร้อม:** เติมเงินเข้า **G-Wallet** ในแอปฯ เป๋าตังให้เพียงพอ (อย่างน้อย 666.67 บาท/เดือน)
2. **ไปที่ร้านค้า:** เลือกร้านที่มีป้ายสัญลักษณ์โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส"
3. **แจ้งร้านค้า:** บอกผู้ขายว่า "ใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส"
4. **สแกน QR:**
* เปิดแอปฯ เป๋าตัง > เลือกเมนู G-Wallet > เลือกโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส"
* กดปุ่ม "สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ"
* สแกน QR Code ของร้านค้า
5. **ยืนยันการจ่าย:** แอปฯ จะคำนวณยอดที่รัฐช่วยและยอดที่คุณต้องจ่ายให้โดยอัตโนมัติ ให้คุณตรวจสอบยอดเงินและกดยืนยันการชำระเงิน
### ข้อควรจำ
* **วันลงทะเบียน:** วันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) เป็นวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน (ถึง 29 พ.ค. 69) ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
* **ช่วงเวลาใช้สิทธิ:** 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 – 23.00 น.)
รับสิทธิ แนะนำให้รีบเข้าไปกดลงทะเบียนในแอปฯ เป๋าตังตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ครับ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแอปฯ เป๋าตังเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สกร.ระดับอำเภอเวียงเก่า
- รายละเอียด
- เขียนโดย Super User
- หมวด: Uncategorised
- ฮิต: 89
ประวัติความเป็นมา กรมส่งเสริมการเรียนรู้
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ กองส่งเสริมอาชีพได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ ๒๖ จังหวัดขอนแก่น สังกัดกองส่งเสริมอาชีพ กรมอาชีวศึกษา จนกระทั่งย้ายมาอีกครั้งที่อำเภอเมืองขอนแก่น โดยใช้อาคารคุรุสัมมนาคารเป็นที่เปิดสอนวิชา จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๕ โรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ทั่วประเทศ ได้โอนไปขึ้นกับกองการศึกษาผู้ใหญ่ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๒๒ ได้ประกาศตั้ง “กรมการศึกษานอกโรงเรียน” จึงได้โอนโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ ๒๖ กองการศึกษาผู้ใหญ่ กรมการศึกษาผู้ใหญ่กรมสามัญศึกษาไปขึ้นกับกองปฏิบัติการ กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ
วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๒๓ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดขอนแก่นขึ้น โดยให้ยุบโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ ๒๖ จังหวัดขอนแก่น และงานการศึกษาผู้ใหญ่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของจังหวัดขอนแก่น ไปขึ้นกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดขอนแก่น และมีหน้าที่รับผิดชอบ ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนทุกรูปแบบ ในจังหวัดขอนแก่น ต่อมาศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดขอนแก่น ได้ย้ายมาจากอาคารของคุรุสัมมนาคารมาที่ทำการใหม่ ปัจจุบันสถานที่ตั้งอยู่ที่เลขที่ ๑๗๔ หมู่ ๑๗ ถนนรถไฟ มีเนื้อที่ประมาณ ๗ ไร่
วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖ กรมการศึกษานอกโรงเรียนเปลี่ยนแปลงสถานะ เป็นสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และยังได้เรียกชื่อว่า “ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดขอนแก่น”
วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ประกาศราชกิจจานุเบกษา ให้ใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดขอนแก่น จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย” โดยเรียกชื่อย่อว่า สำนักงาน กศน. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
วันที่ 18 พฤษภาคม 2566 “สำนักงาน กศน.” ยกระดับสู่การเป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 มีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ และมีการโอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ และภาระผูกพันทั้งปวง ระหว่าง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( สำนักงาน กศน.) สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดขอนแก่น (กศน.ขอนแก่น) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดขอนแก่น (สกร.ขอนแก่น) จนถึงปัจจุบัน














